7 พรรณไม้สีแดง ปลูกเพิ่มสีสันให้บ้าน

0 Comments
7 พรรณไม้สีแดง ปลูกเพิ่มสีสันให้บ้าน

บทความเกี่ยวกับไม้ประดับในวันนี้ จะขอพาคนรักการจัดสวนทุกท่าน ไปทำความรู้จักกับ 7 พรรณไม้สีแดง ปลูกเพิ่มสีสันให้บ้าน เพราะบางครั้งบ้านของเราก็ต้องการความสดชื่นที่มากกว่าสีเขียว ฉะนั้น การเลือกพรรณไม้สีแดงสด เข้าไปเป็นตัวช่วยเพิ่มความน่ามอง และความสดชื่นให้กับบ้าน จึงเป็นทางเลือกอีกอย่าง ที่คนรักสวนส่วนมากต้องการ ส่วน 7 พรรณไม้สีแดงที่จะแนะนำ จะมีสายพันธุ์ไหนบ้าง และแต่พันธุ์เลี้ยงยากง่ายแค่ไหน เราตามไปศึกษาพร้อม ๆ กันเลยค่ะ!

7 พรรณไม้สีแดง

แก้วกาญจนา – Aglaonema

1. แก้วกาญจนา – Aglaonema

เริ่มกันที่ต้นแรกอย่างต้น Aglaonema หรือ แก้วกาญจนา เป็นไม้ลักษณะไม้พุ่ม ทรงหนา ขนาดเล็ก ใบเป็นใบเดี่ยว แตกออกและเรียงรอบลำต้น ใบไม่ค่อยร่วงหรือผลัดใบเท่าไร ส่วนสี ขนาด และลวดลายจะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ค่ะ โดยแก้วกาญจนาพัฒนามาจากเขียวหมื่นปี มีจุดที่แตกต่างก็คือ ใบที่สีสวยงาม ฉูดฉาดกว่าเดิม ซึ่งส่วนมากจะเป็นสีแดงสด แต่บ้างก็มีสีเขียมประสมเช่นกัน

วิธีการดูแล : ควรรดน้ำแค่ 1 – 2 ครั้งต่อวัน แต่อย่าให้น้ำขังเพราะจะทำให้รากเน่า ที่สำคัญต้องพาเขาออกไปเจอแดดแบบร่ำไรบ้าง ไม่ใช่เลี้ยงในร่มอย่างเดียว

เข็มริมแดง - Madagascar Dragon Tree

2. เข็มริมแดง – Madagascar Dragon Tree

ต่อมาเป็นพรรณไม้สีแดง ที่ให้สีแดงเพียงน้อยนิด แต่กลับดูมีเสน่ห์น่าเลี้ยงเหลือเกิน นั่นคือเจ้าต้น Madagascar Dragon Tree หรือชื่อไทยว่าเข็มริมแดง เป็นต้นไม้ลักษณะสวยงาม แปลกตา เป็นไม้ประดับทรงพุ่ม ลำต้นตั้งตรง ใบแตกออกเป็นทรงยาวแหลม แต่ไม่แข็ง มีขอบสีแดง ส่วนกลางใบเป็นสีเหลืองและสีเขียว

วิธีการดูแล : เป็นต้นที่ชอบน้ำสูงมาก ฉะนั้น ควรรดน้ำทุกวัน แต่อย่าให้แฉะเกินไป หากปลูกในบ้านควรฉีดละอองน้ำสม่ำเสมอ และหมั่นตัดแต่งยอดให้สวยงามเป็นประจำ

คริสต์มาส – Poinsettia
Red poinsettia flowers

3. คริสต์มาส – Poinsettia

ต้นคริสต์มาส หรือต้นพอยน์เซตเทีย เป็นต้นที่มีชื่อเรียกตามแบบไทย ๆ ว่า บานใบ, โพผัน และสองระดู  เป็นไม้ที่มีลักษณะเป็นพุ่ม สูงประมาณ 1-3 เมตร แตกกิ่งหนาแน่น ลำต้นมียางพิษสีขาวที่อันตราย ใบเป็นรูปไข่ ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเล็กน้อย ช่วงปกติจะมีสีเขียวเข้ม แต่หลังจากออกดอกในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงมีนาคม ใบส่วนบนจะกลายเป็นสีแดงสวย ส่วนดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด มีหลายสี เช่น เหลือง ส้ม แดง ปัจจุบันมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่ที่นิยมมีแค่ 3-4 สายพันธุ์เท่านั้น

วิธีการดูแล : ต้นนี้ชอบแสงแดดรำไร ต้องระวังอย่าให้ร้อนไป ไม่งั้นใบจะไม่เปลี่ยนสี และต้องการน้ำปานกลาง สามารถใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักได้เดือนละครั้งได้เท่านั้น

ชบาเมเปิล - Cranberry Hibiscus

4. ชบาเมเปิล – Cranberry Hibiscus

ต้นชบาเมเปิล มีลักษณะเป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นออกสีแดง มีขนอ่อนปกคลุม ส่วนใบเป็นใบเดี่ยว รูปทรงคล้ายใบเมเปิลที่มีลักษณะสวยงาม ก้านใบยาว ขอบใบเว้า มีสีแดงหรือแดงอมม่วง ดอกออกตามซอกใบและออกตลอดทั้งปี บานตอนเช้า หุบตอนสาย ผลเป็นทรงกลม ปลายแหลม มีเมล็ดข้างในจำนวนมาก เหมาะมาก ๆ ที่จะเอามาเลี้ยงเสริมความสวยงามให้กับสวนในบ้าน

วิธีการดูแล : ควรดูแลด้วยการรดน้ำให้ชุ่มทุกเช้า-เย็น แต่ต้องระวังอย่าให้น้ำขัง อาจจะตั้งไว้ให้โดนแสงแดด และหมั่นตัดแต่งทรงสม่ำเสมอ เพื่อให้เติบโตได้เร็ว และใบมีรูปทรงสวยงาม

บอนสี – Caladium

5. บอนสี – Caladium

ต้นบอนสี หรือ Caladium เป็นไม้ที่มีลักษณะสวยงาม แปลกตา จนได้ชื่อว่า “ราชินีแห่งไม้ใบ” เป็นไม้ล้มลุก หัวอยู่ใต้ดิน แตกใบเป็นกอ มาพร้อมก้านใบยาว ใบเป็นใบเดี่ยว รูปหัวใจ โคนใบรูปหัวใจ ปลายใบเรียว ขอบใบเป็นคลื่น ลิ้นใบสั้น กลางใบเป็นสีชมพูอมแดง ขอบใบเป็นสีเขียวเข้ม มองเห็นเส้นใบชัดเจน ส่วนดอกออกเป็นช่อเชิงลด มีกาบและจานรองดอก ส่วนมากนิยมนำมาเลี้ยงเพิ่มความสวยให้สวน หรือเพิ่มสีสันส่วนต่าง ๆ ให้บ้านดูน่ามองยิ่งขึ้น

วิธีการดูแล : ชอบแสงแดดปานกลางถึงรำไร ชอบความชื้นปานกลางถึงสูง ควรรดน้ำทุกวันในตอนเช้า ชอบอุณหภูมิ 21-35 องศาเซลเซียล และอากาศถ่ายเทสะดวก แต่สามารถปลูกได้ทั้งในและนอกบ้าน

ฤาษีผสม - Painted nettle

6. ฤาษีผสม – Painted nettle

 เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 40-80 เซนติเมตร ลำต้นค่อนข้างอวบน้ำ ใบเป็นใบเดี่ยว รูปไข่ โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบหยัก แผ่นใบหยิก ผิวใบมีขน ส่วนสีและลายจะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสีแดงและสีแดงม่วง ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง มีสีขาวอมม่วงจนถึงม่วง โตค่อนข้างเร็ว เหมาะกับการเลี้ยงในส่วนทุกแบบ แถมยังดูแลได้ง่ายสุด ๆ

วิธีการดูแล : ชอบน้ำหรือความชื้นปานกลาง และชอบแสงแดดเต็มวัน

หมากผู้หมากเมีย – Cordyline

7. หมากผู้หมากเมีย – Cordyline

สุดท้ายเป็นต้นหมากผู้หมากเมีย หรือ Cordyline เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงกลาง สูงประมาณ 1-3 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว รูปหอก โคนใบเป็นกาบหุ้มลำต้น ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบเป็นคลื่น สีจะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสีแดง สีเขียว และสีเขียวแถบแดง ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด มีสีขาวอมเหลืองหรือสีม่วงแดง ซึ่งหากปลูกรวมกันเป็นกลุ่มจะสวยและน่ามองมาก ๆ

วิธีการดูแล : ควรรดน้ำแค่วันละ 1 ครั้ง หรือทำให้ดินชุ่มอยู่ตลอด ชอบแสงแดดรำไร ฉะนั้นอย่าลืมตั้งกระถางให้โดนแดดด้วย โดยผู้คนส่วนใหญ่นิยมปลูกต้นนี้เป็นไม้ประดับหรือไม้มงคล โดยเฉพาะสายพันธุ์เพชรไพฑูรย์ ที่เชื่อกันว่าจะนำความโชคดีมาให้ สามารถปลูกได้ทั้งในและนอกบ้าน แต่แนะนำให้ปลูกนอกบ้านจะดีกว่า หากใครสนใจต้นไม้หายากเรามีมาแนะนำ 8 ต้นไม้หายาก ราคาแรงสุด ๆ

ปลูกต้นไม้กันเสร็จแล้ว อย่าลืมหาอะไรทานกันด้วยนะ สำหรับใครที่สนใจเมนูอาหารต่าง ๆ เข้าชมได้ที่เว็บไซต์ meeticket นี้เลย! อยากกินอยากเที่ยวเว็บเราขอพาทัวร์